วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2559

อาชีพในยุคดิจิตอล การสร้าง passive income ได้อย่างไม่น่าเชื่อ


ปัจจุบันนั้นมีการแข่งขันในโลกธุรกิจมากมาย อาชีพที่เพิ่งเกิดขึ้นมากมายในยุคนี้ คนที่จบมาจากหลากหลายสาขาต่างก็มุ่งหวังเพื่อสิ่งที่อยากเป็นรายได้ที่ตัวเองตั้งไว้ ตรงกันข้ามในยุคดิจิตอลนี้มีอาชีพใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายที่สามารถสร้างรายได้ให้เราได้อย่างไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีอยู่จริง วันนีจะพุดถึงหลากหลายอาชีพในโลกยุคดิจิตอลที่ใครๆหรือคุณหรือแม้กระทั้งเด็กๆก็สามารถที่จะทำได้แล้วก็ได้ผลตอบแทนอย่างไม่น่าเชื่อด้วยเช่นกัน
  1. เขียนบทความต่างๆลงบนblog bloger. Wordpress
  2. ถ่ายรูปขายตาม stockphoto
  3. สร้างวิดีโอคอนเทนลงyoutube 
  4. ทำเพลงขายบน เวบพวกstock music
  5. วาดรุปขายบน stockphoto
  6. ฝากไฟล์ให้คนดาวน์โหลด
  7. รีวิวสินค้าจากสิ่งตัวเองใช้
  8. ทำaffariate. Amazon. Alibaba นำสินค้าจากเว็บมาขายทำตัวเป็นตัวแทนจำหน่าย
  9. เปิดคอรส์สอนในสิ่งที่ตัวเองสามารถสอนได้ผ่านเวบไซต์และวิดีโอ
  10. รีวิวสถานที่ 
  11. รีวิวอาหาร
  12. สอนการใช้สิ่งของที่ซื้อมา
  13. รับจ้างเขียนบทความขาย
  14. รับจ้างเล่นเกมส์
  15. เขียนอีบุ๊คขาย

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

ลักษณะการเขียนบทความที่ดี A Good Article

ลักษณะการเขียนบทความที่ดี


การเขียนบทความที่ดีทำให้ผู้อ่านสนใจ ชวนอ่านต่อ มีประเด็นที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจและตั้งใจที่จะอ่านนั้น โดยไม่สร้างความเบื่อหน่ายหรือทำให้ผู้อ่านบาทหยุดอ่านนั้นมีสาเหตุมาจากหลายอย่าง แต่ในขณะเดียวกันผู้เขียนก็สามารถที่จะเขียนบทความที่ตนเขียนนั้นไม่น่าเบื่อและกระตุ้นให้ผู้อ่านติดตาม มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ซึ่งลักษณะบทความที่ดีจะประกอบด้วยสิ่งเหล่านี้ในบทความได้แก่
  1. บทความควรมีเนื้อหาที่ไม่ยาวจนเกินไป

    การเขียนบทความให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงบาทความที่ตนเขียนนั้นบทความที่เขียนนั้นจะต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมไม่สั้นและไม่ยาวจนเกินไปสื่อด้วยข้อความเข้าใจง่าย ด้วยภาษาที่มีความหมายเข้าใจง่ายต่อผู้อ่าน การสื่อสารด้วยการเขียนการใช้คำที่เขียนเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อผู้อ่าน การใช้คำและประโยคที่เข้าใจง่ายนั้นจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจบทความได้ง่ายและ จะทำให้เขาติดตามในส่วนต่อไปของบทความไม่เกิดความเบื่อหน่าย
  2. ใช้รูปในการประกอบบทความ Pictures

    การสร้างความสนใจในการเขียนบทความเพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจของผู้อ่านนั้นถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญเพราะจะช่วยทำให้ผู้อ่านไม่เกิดความเบื่อหน่ายต่อบทความที่อ่านและที่สำคัญถ้ารูปที่เราใช้เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถอธิบายเนื้อหาของบทความที่เขียนแล้วด้วยละก็นั้นจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจในเนื้อหาของทความโดยดูจากรูปเพื่อช่วยอธิบายเนื้อหาอีกทางหนึ่งอีกด้วย
  3. เนื้อหาชัดเจน Cleary message

    เขียนบทความไม่ใช่เรื่องยากแต่หากอยู่ที่การสื่อสารของบทความที่เขียนนั้นว่าผู้อ่านนั้นอ่านแล้วเข้าใจหรือไม่ เขียนไปแล้วผู้อ่านแล้วเข้าใจไปคนละอย่างกับที่สื่อหรือผู้อ่านไม่เข้าใจเลยแบบนั้นก็ถือว่าบทความนั้นๆเป็นบทความที่ไม่ดี ไม่สามารถเข้าถึงผู้อ่านได้ นั้นหมายถึงว่า การเขียนบทความเรื่องไหนก็ควรจะเขียนชัดเจนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เขียนซับซ้อนอ้างไปถึงเรื่องอื่นไปมาจะทำให้ผู้อ่านสับสนและอาจตีความผิดได้
  4. เนื้อหาทันเหตุการณ์ ทันสมัย Real time content

    การเขียนบทความทันสมัยต่อเหตุการณ์ ทันกระแสนั้นทำให้เป็นสิ่งดึงดูดต่อผู้อ่านได้มากยิ่งขึ้น เช่นบทความจากข่าวช่วงนั้นๆ เหตุการณ์ต่างๆกับสถานการณ์ต่างๆที่เพิ่งเกิดขึ้นและมีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เรียกได้ง่ายๆว่าเกาะกระแสทำให้เนื้อหาที่เราเขียนในบทความเป็นไปได้ง่ายและเป็นจุดสนใจกับผู้อ่านเช่นเดียวกัน แต่สมมติว่าเราเขียนบทความย้อนสมัยหรือไม่ร่วมสมัยก็อาจน่าสนใจอยู่บ้าง แต่จำนวนความสนใจของผู้อ่านก็อาจจะน้อยลงไปด้วย นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าการเขียนให้ทันกระแส หรือเกาะกระแสจะเป็นบทความที่ดีเสมอไปแต่ทั้งหมดของบทความที่ดีนั้นอยู่ที่ว่า เราสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจในบทความที่เราเขียนมากน้อยเพียงใดและมีความน่าสนใจในเนื้อหามากเพียงใดเท่านั้นเอง

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

องค์ประกอบการเขียนบทความที่ดี The elements of Articles

องค์ประกอบการเขียนบทความที่ดี


การเขียนบทความนั้นจริงอยู่ใครๆก็สามารถเขียนได้ อยากเขียนบทความเกี่ยวกับอะไร ให้เป็นไปในทิศทางไหน ใครก็สามารถเขียนและบรรยายได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการเขียนบทความให้น่าอ่าน น่าติดตามและสร้างความเข้าใจสู่คนอ่านบทความนั้นๆได้ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

บทความทั่วไปที่เราอ่านตามหนังสือ ตามเว็บไซต์นั้นขึ้นอยู่กับว่าพูดหรือเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร ไม่จำเป็นต้องตายตัวแต่หากเป็นการถ่ายทอดหรือเล่าสู่เรื่องๆ หนึ่งนั้น เราสามารถจะเขียนบทความด้วยองค์ประกอบของการสร้างบทความได้ดังนี้
  1. การเขียนบทนำ เกรินก่อนเข้าสู่เนื้อหาจริง (Introduction)
  2. เนื้อหา (Body, Message)
  3. บทสรุป (Conclusion)

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การสร้างแรงบันดาลใจในการเขียนบทความ 3

การสร้างแรงบันดาลใจ 3
ผ่านไปแล้วสองบทความเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่จะไกด์ไอเดียในการสร้างแรงบันดาลในให้กับทุกคน เพราะยิ่งไกด์มากเป็นอันว่าเดี๋ยวจะไม่ได้เริ่มเขียนกันเสียที

เราจะเขียนหนังสือ เราก็ต้องอ่านหนังสือ ตามร้านหนังสือต่างๆก็จะมีหนังสือให้อ่านมากมายหลายแนวเลือกสรรกันได้ตามใจชอบแต่ขอย้ำว่าเป็นการแรงบันดาลใจนะไม่ใช่ลอกหนังสือ อ่านดูว่าเขียนยังไงเรื่องที่เขาเขียน เขาอธิบายออกมาเป็นแบบไหนบ้างอ่านแล้วเข้าใจง่ายหรืออยากมีอารมณ์ร่วมกับผู้เขียนไปด้วยไหม สิ่งเหล่านี้มันสามารถนำพาให้เราสร้างไอเดียในการเขียนได้อย่างไม่จำกัด 

นอกจากมีหนังสือแล้วก็จะขอพูดถึงสิ่งรอบกายที่เราต้องพบเจอ ซึ่งเคยเกรินไว้ในบทแรกคือถ้าหาแรงบันดาลใจไม่ได้จริงละก็ขอแนะนำให้สร้างเรื่องจากสิ่งที่พบเห็น เช่นวันนี้ได้คุยกับชายคนหนึ่งเป็นนักธุรกิจ เราก็นำเรื่องนักธุรกิจมาศึกษาลองร่างโครงเรื่องที่จะเขียนว่าสามารถแบ่งเป็นหัวข้ออะไรได้บ้าง มันจะต่อยอดไปได้แค่ไหนกับเรื่องนักธุรกิจของเรา หรืออาจจะเป็นเจ้าแมวพันธุ์ไทย เราก็ลองมานั่งเขียนเรื่องแมวดูว่าแมวที่เราเห็นมันเป็นแมวพันธุ์ไทยแบบไหนมีลักษณะประจำตัวอย่างไร เขียนอย่างไร เล่าเรื่องอย่างไรจึงจะสนุก สิ่งสำคัญที่สุดจะพูดในบทต่อไปความเป็น unity ของบทความที่เขียน หรือความเป็นหนึ่งอันเดียวกันของบทความทั้งหมดซึ่งมีความสำคัญมากต่อการเขียน

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การสร้างแรงบันดาลใจในการเขียน 2

การเขียนคอนเทนโดยสร้างแรงบันดาลใจ 2


ครั้งที่แล้วเริ่มมองหาแรงบันดาลใจในการเขียนรูปแบบแรกกันไปแล้ว ครั้งนี้มาหาแรงบันดาลใจกันต่อ เพราะหลายคนอาจจะยังคิดไม่ออกว่าเราจะเขียนเรื่องอะไร แลัวมันจะเขียนมันได้เยอะมากแค่ไหน หรือแค่ครั้ง สองครั้งจบ แบบนั้นคงไม่ดีแน่ๆ เพราะเนื้อเรื่อง หรือหัวข้อที่เราจะเขียนลงไปนั้น มันอาจจะต้องมีความสำคัญของตัวมัน ความสำคัญของตัวบทความในที่นี้หมายถึง หัวข้อย่อยที่สามารถแยกออกมาจากหัวข้อหลักที่เราเขียน แสดงว่า เรื่องที่เราคิดจะเขียนนั้นมีความสำคัญ

ที่นี่มาพูดเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจต่อ ผมเป็นคนหนึ่งที่ชีวิตนี้ชอบทำนั้นทำนี่ หลายเรื่องมาก แต่เรื่องที่สนใจจริงๆก็มีอยู่ไม่กี่เรื่องครับ เรื่องการเขียน เรื่อง Internet Marketing เรื่อง SEO แต่รวมๆ แล้วมันก็เยอะอยู่เหมือนกันนะ แต่ละเรื่องที่ผมชอบ และเข้าใจมัน ผมจะนำมันมาเขียนใส่กระดาษ ว่าผมชอบเรื่องอะไรแล้วมันสามารถแตกเป็นหัวข้ออะไรได้บ้าง ในแต่ละหัวข้อที่ผมแตกย่อยออกมานั้น สามารถย่อยลงไปได้อีกไหม ลึกแค่ไหน แค่นี้มันก็สามารถไกด์ไอเดียในการเริ่มเขียนได้แล้วใช่ไหม เพราะถ้าคุณลองนั่งคิดๆดูผมว่า สิ่งที่ผ่านมาในชีวิตคุณ คุณต้องมีชอบอะไร หรือหลงรักอะไรบ้างละ ประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านมา คุณสามารถเก็บมาเขียนได้ แต่ขออย่าเดียวครับ ให้เริ่มทำ เมื่อคุณทำ ทุกอย่างมันจะไปได้ด้วยตัวของมันเอง

ขอบคุณที่อ่านครับ

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การสร้างแรงบันดาลใจในการเขียน 1

การเขียนคอนเทนโดยสร้างแรงบันดาลใจ

ไม่รู้จะเขียนอะไร ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนหลายๆคนพบกับปัญหาแบบนี้มานักต่อนักเพราะสิ่งสำคัญที่เราขาดไปก็คือการหาแรงบันดาลใจไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา สิ่งที่เราสัมผัสอยู่เป็นประจำสิ่งที่เรามองข้ามไป สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน ลองมองจากสิ่งใกล้ตัวก่อน เช่นเราเห็นตึก มันสร้างเขียนเรื่องตึกขึ้นมาได้ไหม ภายในเรื่องตึกจะแบ่งเป็นหัวข้อย่อยอะไรบ้าง หรือว่า การเดินทางในกรุงเทพ หรือ เรื่องที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพ อะไรอีกมากมายที่เราสามารถนำมาเขียน content ได้ทั้งนั้น แล้วแต่ว่าเราจะลองเลือกสิ่งไหนแล้วมันสามารถพัฒนาได้ไปเรื่อยๆอีกไหม ถ้า Content สามารถพัฒนาต่อไปได้ไม่หยุดแล้วละก็นั้นแสดงให้ว่าการเขียน content ของเราประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว นี่เป็นคราวๆของก็หาไอเดียมาเขียนเป็นบทความ ซึ่งจะมีต่ออีกในครั้งหน้า......